เที่ยวเติมพลังใจกับ 9 วัดบันดาลใจ

ในอดีตวัดเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านในชุมชนรอบ ๆ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ด้วยบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ได้ทำให้บทบาทความเป็นศูนย์กลางของวัดลดความสำคัญลง ถูกจำกัดอยู่เพียงมิติทางศาสนาและการทำบุญ ส่งผลให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชนลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม การไหว้พระทำบุญในวัน “ขึ้นปีใหม่” ตามความเชื่อที่มีมายาวนานของชาวพุทธถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี วันนี้เรามีวัด ที่นอกจากจะได้ไหว้พระ

ทำบุญแล้ว ยังได้ชมความสวยงามทางสถาปัตยกรรม และพักจิตใจไปกับรรยากาศที่ร่มรื่น ให้การเริ่มต้นในวันปีใหม่นี้เต็มไปด้วยพลังใจ ภายใต้โครงการ “วัดบันดาลใจ”

อาจารย์ ประยงค์ โพธิ์ศรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการวัดบันดาลใจ และประธานสาขาวิชาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์สถาบันอาศรมศิลป์ บอกถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า สสส. และ “โครงการวัดบันดาลใจ” มีแนวคิดพัฒนาให้วัดเป็นพื้นที่สุขภาวะ เป็นสถานที่มาแล้วเกิดความรื่นรมย์ทางปัญญา มีแนวทางที่จะให้พระสงฆ์เป็นนักสร้างเสริมสุขภาวะแก่ประชนชน อันนำมาซึ่งความสุขของคนไทยโดยรวม โดยได้ร่วมมือกับนักออกแบบ สถาปนิกอาสา และภูมิสถาปนิก เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาออกแบบพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจ ให้คนไทยหันมาตระหนักและร่วมทำให้วัดทั่วประเทศกลับมามีชีวิตกันอีกครั้ง
1.วัดสุทธิวราราม กรุงเทพฯ

วัดสุทธิวราราม สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระอุโบสถประดิษฐาน ณ ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารของโรงเรียนวัดสุทธิวรารามในปัจจุบัน แม้ว่าภายในบริเวณวัดมีพื้นที่กว้าง แต่ก็มีการจัดสร้างเป็นถาวร วัตถุเพื่อประโยชน์ในทางสาธารณะ เช่น โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เป็นต้น ทั้งบรรยากาศภายในวัดค่อนข้างร่มรื่นมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ จัดตั้งถังขยะไว้ตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ เหมาะสำหรับคนเมืองที่จะไปทำบุญ พักผ่อน เพราะเดินทางสะดวก

2.วัดนางชีโชติการาม กรุงเทพฯ

วัดนางชี สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบจีน หน้าประตูมีสิงโตหินแกะด้วยหินหยกสีเขียวของจีน พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปางมารวิชัย วัดนางชียังมีงานประเพณีชักพระ แห่และสมโภชพระบรมสารีริกธาตุในวันแรม 2 ค่ำเดือน 12 ของทุกปี

3.วัดชลประทานรังสฤษดิ์ นนทบุรี

วัดชลประทานรังสฤษดิ์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2502 มีบรรยากาศร่มรื่นทั่วบริเวณวัด มีกิจกรรมทุกเช้าวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. โดยมีการสวดมนต์ บรรยายปาฐกถาธรรม และถวายเพลพระสงฆ์ ที่ลานหินโค้ง เป็นอีกหนึ่งวัดที่ควรค่าแก่การไปทำบุญและปฏิบัติธรรม

4.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อยุธยา

คือหนึ่งในกลุ่มมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และเป็น มหาวิทยาลัยของพระสงฆ์ หนึ่งในสองแห่งของประเทศไทย เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสตร์ที่สำคัญของคณะสงฆ์ไทย

5.วัดภูเขาทอง อยุธยา

วัดภูเขาทอง เป็นวัดโบราณในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเจดีย์ภูเขาทอง เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ทั้งมีการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงม้าไว้บริเวณด้านหน้าวัดภูเขาทอง ในบริเวณใกล้เคียงกันกับพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยที่กรมโยธาธิการฯ เพราะเชื่อกันว่าบริเวณนี้เดิมเป็นทุ่งโล่งที่มีการตั้งทัพข้าศึก และเกิดการทำการยุทธหัตถีในหลายครั้งหลายสมัย

6.วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระสิงห์ฯ เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เป็นประดิษฐานพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา พระพุทธรูปเป็นศิลปะเชียงแสนรู้จักกันในชื่อ “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงใหม่ที่ให้ความศรัทธาและจะเดินทางมาเคารพสักการะกันอย่างเนื่องแน่นเป็นประจำ

7.วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร นครพนม

วัดพระธาตุพนม เป็นวัดพระอารามหลวงชันเอก ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้าภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

8.วัดป่าโนนกุดหล่ม ศรีสะเกษ

ตั้งอยู่จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวักที่เหมาะกับพุทธศาสนิกชนที่สนใจแสวงบุญและชอบธรรมชาติและความร่มรื่นของต้นไม้ และในช่วงกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีงานปริวาสกรรมเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์จากทั่วสารทิศทั่วประเทศมาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก ถัดมาจะเป็นวันพุทธทาส และจัดงานต่างๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมทำบุญปฏิบัติธรรมได้ตลอดทั้งปี ท่านใดที่ชื่นชอบในการทำบุญ ปฏิบัติธรรม เดินจงกลม นั่งวิปัสนากรรมฐาน ก็สามารถมาได้ที่วัดป่าโนนกุดหล่ม

9.วัดศรีทวี นครศรีธรรมราช

โดยประมาณปี พ.ศ.2398 สมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีชาวมอญอพยพจากกรุงรัตนโกสินทร์ มาค้าขายทาง ภาคใต้โดยเดินทางเรือและมาพบบริเวณท่าด้านซึ่งเป็นลาคลองท่าทิศเหนือของเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาได้ สร้างที่อยู่อาศัยและสร้างวัดท่ามอญ ปัจจุบันคือวัดศรีทวีพร้อมสร้างพระบัวเข็มเป็นพระประธาน ซึ่งเป็นวัดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ปัจจุบันสถานทีปฏิบัติธรรมสวนป่าตกแต่งในเมือง ไม้ยืนต้น ไม้ประดับ และสวนหญ้า สะอาด สงบ ไม่วุ่นวาย

การไปวัด นอกจากได้ทำบุญ ไหว้พระ และซึมซับพระพุทธศาสนาแล้ว ยังได้ชมความสวยงามทางสถาปัตยกรรมในแต่ละวัดที่ไม่มีที่ไหนในโลก ซึ่ง สสส. และ โครงการวัดบันดาลใจ ที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพระสงฆ์ ชุมชน และเหล่าภาคีเครือข่าย เพื่อพลิกฟื้นในมิติทั้งด้านกายภาพในพื้นที่วัด และกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักออกแบบมืออาชีพสถาปนิกและภูมิสถาปนิกที่อาสามาช่วยงาน ผ่านวัดนำร่อง 9 วัดจากทั่วไทย

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.